แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ แนะนำหนังสือหุ้น แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ แนะนำหนังสือหุ้น แสดงบทความทั้งหมด

10 มีนาคม 2557

Hedge Fund Market Wizards หนังสือที่นักลงทุนไม่ควรพลาด

หนังสือ Hedge Fund Market Wizards เขียนโดยแจ๊ค ชเวเกอร์ (Jack Schewager) ซึ่งเป็นผู้เขียนขายดีตลอดกาลอย่าง Market Wizards หนังสือเล่มแรกที่พิมพ์เมื่อกว่ายี่สิบปีที่แล้ว ในครั้งนั้นเขาได้สัมภาษณ์นักลงทุนและนักเก็งกำไรที่มีชื่อเสียงระดับโลกหลายสิบคนและนำมารวบรวมไว้ในหนังสือชุดพ่อมดตลาดหุ้น ส่วนในเล่มนี้ เขาได้รวบรวมเคล็ดลับความสำเร็จของผู้บริหารกองทุนเฮจฟันด์ระดับโลกไว้มากมาย โดยสามารถสรุปสูตรความสำเร็จได้ดังนี้ 

1) ไม่มีสูตรสำเร็จในการเทรดหุ้น 
นักเก็งกำไรส่วนใหญ่คิดผิดที่ว่า มีสูตรสำเร็จเดียวในการคาดเดาทิศทางของตลาดหุ้น แต่ในความเป็นจริงไม่มีสูตรตายตัวในการลงทุน นอกเหนือจากนั้นสูตรสำเร็จเหล่านั้นกลับเปลี่ยนแปลงไปเรื่อยๆตามสถานการณ์ที่เกิดขึ้น จากการที่เขาสัมภาษณ์นักลงทุนระดับโลกหลายต่อหลายคน ชเวเกอร์พบว่าหลักการลงทุนของบางคนนั้นแตกต่างกันอย่างสุดขั้ว แต่เขาเหล่านั้นยังสามารถทำกำไรจากตลาดหุ้นได้ไม่แตกต่างกัน แสดงว่ามีหลายเส้นทางในการทำเงินจากตลาดหุ้นและไม่ง่ายที่จะประสบความสำเร็จในแต่ละเส้นทางนั้นๆ

5 กรกฎาคม 2555

8 สุดยอดหนังสือที่นักลงทุน...ต้องอ่าน!!!!!

วอร์เรน บัฟเฟตต์ เคยกล่าวถึง “การอ่าน” ว่าสำหรับเขาแล้วมันคือเป็นอาวุธในการลงทุน นอกจากนี้ บัฟเฟตต์ยังกล่าวว่า “If I’m interested company, I’ll buy 100 shares of all its competitors to get their annual reports.” ซึ่งแปลว่า “ถ้าผมสนใจบริษัทไหน.. ผมจะไปซื้อหุ้นคู่แข่งของบริษัทนั้นๆ เพื่อที่จะได้รายงานประจำปีของบรรดาบริษัทคู่แข่งมาอ่าน” ดังนั้น การจะเป็นนักลงทุนที่ดีได้..คุณคงต้องพยายามอ่านให้มากขึ้นซะแล้ว!!!!

และหากคุณเป็นนักลงทุนอยู่แล้ว..หรือคิดที่จะเริ่มต้นเป็นนักลงทุนในตลาดหุ้นโดยเฉพาะผู้ที่สนใจในแนวทางการลงทุนสไตล์เน้นหุ้นคุณค่า คุณก็ไม่ควรพลาดอ่านหนังสือทั้ง 8 เล่มที่บรรดานักวิจารณ์ทั้งไทยเทศหลายท่านได้ให้ความเห็นว่าเป็นหนังสือที่นักลงทุน..ต้องอ่าน โดยมีรายละเอียดดังนี้

1. “Security Analysis” (1934) โดย Benjamin Graham และ David Dodd



หนังสือเล่มนี้ถือได้ว่าเป็นหนังสืออมตะของบรรดานักลงทุนทั่วโลก และยังถือได้ว่าเป็นคัมภีร์ไบเบิลสำหรับวงการนักลงทุน ซึ่งเขียนโดยกูรูการลงทุนทั้งสองท่าน Benjamin Graham เป็นนักลงทุนและเป็นอาจารย์สอนอยู่ที่ Columbia University และเป็นอาจารย์ของ Warren Buffett ด้วย ส่วน David Dodd ก็เป็นอาจารย์และเพื่อนร่วมงานของ Graham โดยหนังสือได้ให้ความคิดที่ว่านักลงทุนตัวจริงจะต้องมีสัญชาตญาณของ “นักสืบ” มากกว่า “นักสถิติ” หนังสือเล่มนี้เขียนขึ้นเพื่อช่วยแนะนำแนวทางในการลงทุน หลังจากเกิดมหาวิกฤติเศรษฐกิจของโลกซึ่งมีต้นเหตุมาจากการเก็งกำไรครั้งใหญ่ในตลาดหุ้นนิวยอร์ก

9 มิถุนายน 2555

Review หนังสือ "บัฟเฟตต์-โซรอส ลงทุนถูกนิสัย ยังไงก็ชนะ"

ในหนังสือชื่อ The Winning Investment Habits of Warren Buffett and George Soros "บัฟเฟตต์-โซรอส ลงทุนถูกนิสัย ยังไงก็ชนะ" เขียนโดย Mark Tier และมีการเรียบเรียงเป็นภาษาไทยด้วยภาษากวนๆ เข้าใจง่าย โดยคุณชัชวนันท์ สันธิเดช และ สุภศักดิ์ จุลละศร

Mark Tier ได้นำเสนอเรื่องราวของผู้ทรงอิทธิพลที่สุดในแวดวงการเงิน ผู้มีอัฉริยภาพทางการลงทุนที่ร่ำรวยที่สุดในโลกทั้ง วอรเรน บัฟเฟตต์ และจอร์จ โซรอส แม้ทั้งสองจะมีเส้นทางอาชีพที่แตกต่างกันราวฟ้ากับดิน บัฟเฟตต์ชอบซื้อหุ้นและธุรกิจในราคาถูกด้วยเงินสด และชอบที่จะถือหุ้นนั้น "ชั่วนิรันดร์" ขณะที่โซรอสมีชื่อเสียงด้านการเก็งกำไรที่รวดเร็วฉับไว และใช้เงินที่กู้ยืมมาเก็งกำไรในตลาดแลกเปลี่ยนเงินตรา แต่พวกเขาทั้งสองกลับมีบางสิ่งบางอย่างที่เหมือนกัน โดย Mark Tier ได้แสดงให้เห็นว่า บัฟเฟตต์และโซรอส ต่างฝึกฝน อุปนิสัยทางจิตใจและกลยุทธ์ชนิดเดียวกัน หล่อหลอมจนเป็นทัศนคติในแบบเดียวกันอย่างไม่น่าเชื่อ

21 เมษายน 2555

Review หนังสือ "ไขรหัสลับขุมทรัพย์เงินล้าน"

วันนี้ขอนำเสนอหนังสือจากค่าย Stock2morrow ที่เพิ่งวางแผนสดๆ ร้อนๆ มาให้ได้เชยชมกัน ต้องขออกตัวก่อนเลยว่า โดยส่วนตัวชื่นชอบหนังสือของค่ายน้องใหม่นี้มาก ทั้งในส่วนของตัวหนังสือที่มีเนื้อหาไปในเชิงสะท้อนมุมมองนักลงทุน ให้ผู้อ่านได้เห็นภาพตลาดหุ้นในรูปของตัวหนังสือเพื่อให้เราสามารถมอทะลุถึงหลักการลงทุนที่จะทำให้เราเป็นผู้ชนะในตลาดหุ้นแห่งนี้ได้ ด้วยภาษาที่เข้าใจง่ายออกแนวกวนนิดๆ ตลอดจนยังชื่นชอบแผนการตลาดของสำนักพิมพ์นี้ที่สามารถใช้สื่อออนไลน์มาแผ่รัศมีความนิยมในหนังสือและตัวผู้เขียนได้อย่างลงตัว ^^

สำหรับหนังสือเล่มใหม่นี้ ชื่อหนังสือว่า "ไขรหัสลับขุมทรัพย์เงินล้าน" เขียนโดยคุณสุวิจักขณ์ ศรีอารีย์ "เกมส์" นักธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ที่ประสบความสำเร็จแม้ไม่ใหญ่โตระดับพันล้าน แต่ก็น่าทึ่งเพราะเขาเริ่มต้นจากศูนย์ จากการเป็นลูกกรรมกร จากไม่มีแม้กระทั่งเงินซื้อข้าวกิน !!!!!

เนื้อหาของหนังสือเล่มนี้ ค่อนข้างฉีกแนวไปจากหนังสือของสำนักพิมพ์นี้พอสมควร เพราะเดิมทีเดียวคิดว่า เนื้อหาน่าจะคล้ายๆ เดิม คือคงจะเน้นถึงหลักคิดในการลงทุน หรือหลักคิดในการทำธุรกิจ อะไรประมาณนี้ แต่ผิดคาด หนังสือเล่มนี้ มาในแนวหนังสือพัฒนาตนเอง ซึ่งแม้จะไม่ได้เป็นอย่างที่คิด แต่ก็ถือว่าเป็นหนังสือที่คิดไม่ผิดที่ซื้อมาสะสมเล่มนึงเลยทีเดียว เพราะนอกจากจะได้ idea ในการหาเงินล้านสำหรับคนไม่มีทุนเลย ยังสามารถยกระดับความพร้อมทางอารมณ์ ความคิด ให้สามารถเข้าสู่สนามรบทางการค้า การลงทุนอย่างมั่นคงด้วยการพัฒนาความแข็งแกร่งของจิตใจ  

4 เมษายน 2555

ที่สุดแห่งหนังสือการลงทุน "The Intelligent Investor"

หนังสือ "คัมภีร์การลงทุนแบบเน้นคุณค่า" (The Intelligent Investor) เขียนโดยเบนจามิน เกรแฮม(Benjamin Graham)ถือเป็นหนังสือคลาสสิกที่สุดเล่มหนึ่งของการลงทุนแบบเน้นคุณค่า

นักลงทุนหุ้นเน้นคุณค่า (แนว VI ) ทุกคนควรอ่านหนังสือเล่มนี้ (แม้มันจะหนาไปสักนิด ^^) และถือเป็นโชคดีของนักลงทุนแบบเน้นคุณค่าในเมืองไทยที่คุณพรชัย รัตนนนทชัยสุข แฟนพันธุ์แท้ วอรเรน บัฟเฟตต์ ผู้แปลหนังสือเกี่ยวกับการลงทุนมาแล้วหลายต่อหลายเล่มได้ลิขสิทธิ์แปลหนังสือเล่มนี้ออกมาเป็นภาษาไทยให้ได้อ่านกัน เพราะถ้าอ่านภาษาอังกฤษต้นฉบับสำหรับผู้ที่ไม่คุ้นเคย อาจต้องใช้เวลานานหรือเลิกล้มกลางคันเพราะภาษาที่ใช้ค่อนข้างเก่าและอ่านยากพอสมควร



ก่อนอื่นเรามาทำความรู้จักกับ เบนจามิน เกรแฮม กันซักนิด.....
เกรแฮม คือปรมาจารย์การลงทุนที่ยิ่งใหญ่ที่สุดแห่งศตวรรษที่ 20 เขาได้รับยกย่องว่าเป็น “บิดาแห่งการลงทุนแบบเน้นคุณค่า” เกรแฮมเป็นผู้นำเสนอทฤษฏีใหม่ๆ ต่อแวดวงการลงทุนโลก ในยุคที่ทุกคนต่างมองหุ้นเป็นการเก็งกำไร นอกจากนี้ ตัวเขายังเป็นที่ปรึกษาและอาจารย์ของ วอร์เรน บัฟเฟตต์ นักลงทุนที่ประสบความสำเร็จที่สุดในยุคปัจจุบัน

29 มีนาคม 2555

Review หนังสือ "How Buffett Does It ตามรอยวอเร็น บัฟเฟตต์"


คุณรู้หรือไม่ ????

ถ้าคุณลงทุนด้วยเงิน 30,000 บาท ในบริษัทเบิร์กไชร์ฮาธาเวย์ ของวอรเรน บัฟเฟตต์ ในปี 1965 คุณจะมีเงิน 150 ล้านบาทในปัจจุบัน !!!!!!

หนังสือ "How Buffett Does It ตามรอยวอเร็น บัฟเฟตต์" โดย James Pardoe แปลโดยเอกสิทธิ์ หัสสรังสี เล่มนี้ เป็นหนังสือที่สรุปเคล็ดลับง่ายๆ 24 ข้อจากสุดยอดนักลงทุนระดับโลก ผู้ซึ่งสร้างฐานะกลายมาเป็นบุคคลที่รวยเป็นอันดับสามของโลกในปัจจุบัน จากการเป็นนักลงทุนเพียงอย่างเดียว และนี่คือบทสรุปเครล็ดลับการลงทุนที่คุณควรลอกจากเซียนหุ้นรายนี้........

1. เลือกความเรียบง่าย มากกว่าความซับซ้อน
บัฟเฟตต์ แนะนำว่า “เมื่อลงทุน ทำให้เรียบง่าย ชัดเจน อย่าพยายามหาคำตอบที่ซับซ้อน จากคำถามที่ซับซ้อน” จำไว้ว่าความยากไม่มีในการลงทุน มองหาบริษัทที่มีประวัติยาวนานและสามารถคาดเดาอนาคตของธุรกิจได้

ถ้าคุณไม่เข้าใจธุรกิจ อย่าซื้อหุ้น

28 มีนาคม 2555

อยากรวยหุ้นต้องลงทุนแบบผู้หญิง

ผู้ชายส่วนใหญ่มักจะมองว่าผู้หญิงเป็นเพศอ่อนแอ ละเอียดหยุมหยิมเกินไป และไม่เหมาะกับการทำงานใหญ่ที่ต้องอาศัยความเด็ดขาดในการตัดสินใจ แต่สำหรับ วอร์เรน บัฟเฟตต์ นักลงทุนผู้ยิ่งใหญ่สัญชาติอเมริกัน วัย 80 ปี ซึ่งร่ำรวยจากการลงทุนในตลาดหุ้น จนอู้ฟู่กลายเป็นเจ้าของอาณาจักรธุรกิจเบิร์คเชียร์ ฮาธาเวย์ และขึ้นหิ้งเป็นอภิมหาเศรษฐีท็อปทรีของโลก มีสินทรัพย์ไม่ต่ำกว่า 5 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐฯ เขากล้าฟันธงเลยว่า ถ้าอยากจะรวยหุ้น ก็ต้องลงทุนในสไตล์หยุมหยิมแบบผู้หญิง!!

อภิมหาเศรษฐีอันดับต้นๆของโลกเริ่มทำกำไรจากการลงทุนตั้งแต่อายุแค่ 6 ขวบ โดยเขาเจียดเงินค่าขนม 25 เซนต์ นำไปซื้อโค้ก 6 แพ็ก แล้วนำมาขายในราคากระป๋องละหนึ่งเหรียญ ได้กำไรกับกิจการแรกเหนาะๆ 20% เขารักการลงทุนและการออมเงินมาแต่เล็กแต่น้อย โดยรับจ๊อบทุกอย่างเพื่อหารายได้พิเศษตั้งแต่ชั้นประถม ทำหมดโดยไม่เคยเกี่ยงงาน ไม่ว่าจะเป็นทำงานร้านขายของชำของปู่, เดินเคาะประตูบ้านขายหมากฝรั่ง, นิตยสารรายสัปดาห์ และโค้ก (เครื่องดื่มโปรดที่ทำกำไรมหาศาลให้เซียนหุ้นอย่างเขาในภายหลัง) เมื่อเข้าเรียนไฮสกูล นักลงทุนรุ่นเยาว์ก็หันไปขี่จักรยานส่งหนังสือพิมพ์ รวมทั้งขายลูกกอล์ฟ, แสตมป์ และอุปกรณ์ทำความสะอาดรถยนต์ เขายังได้กำไรเป็นกอบเป็นกำ เมื่อชักชวนเพื่อนซี้ร่วมลงขันซื้อเครื่องเล่นพินบอลมือสอง ราคา 25 ดอลลาร์สหรัฐฯ นำไปวางในร้านตัดผม และภายในเวลาไม่กี่เดือน เถ้าแก่น้อยคู่นี้ก็ขยายกิจการไปทั่วเมือง

6 มีนาคม 2555

Review หนังสือ "รวยหุ้นล้นฟ้า ด้วยระบบคิดใหม่"


วันนี้เป็นอีกวันที่นึกคลึ้มอยากเขียน review หนังสือเกี่ยวกับหุ้นที่เพิ่งไปถอยมาสดๆร้อนๆ (ตอนนี้ ซื้อทุกเล่มไม่ไหวแล้ว ออกกันมายังกะดอกเห็ด หรือจะเป็นดังคำกล่าวที่ว่า ดัชนีชี้วัดความแพงของหุ้นก็คือจำนวนหนังสือหุ้นที่ออกใหม่@#$%!^&*)กลับมาเข้าเรื่องหนังสือของเราดีกว่า เดี๊ยวจะไปไกล - -''

หนังสือ "รวยหุ้นล้นฟ้า ด้วยระบบคิดใหม่"เขียนโดยคุณพิชัย จาวลา เป็นนักลงทุน นักธุรกิจเกี่ยวกับอสังหาริมทรัพย์ และเจ้าของทฤษฎีเศรษฐศาสตร์แห่งความจริงหรือที่เขาเรียก "ระบบผลประโยชน์"

ในหนังสือเล่มนี้ ถือเป็นหนังสือที่ฉีกแนวออกไปจากหนังสือหุ้นที่วางขายอยู่พอสมควร เพราะพิชัยได้พยายามชี้ให้ผู้อ่านเห็นถึงความจริงอันลึกลับที่ซ่อนอยู่ในตลาดหุ้น ซึ่งเขากล่าวว่าหากคุณเข้าใจความลับข้อนี้ก็จะทำให้คุณประสบความสำเร็จในการลงทุนอย่างแน่นอน (อ่านมาถึงตรงนี้ เริ่มสับสนว่า นี่เรากำลังอ่านหนังสือหุ้น หรือ หนังสือจิตวิทยาชื่อดัง "the secret" กันแน่....)

แต่พออ่านไปเรื่อยๆ เริ่มเข้าใจประเด็นที่พิชัย ต้องการจะนำเสนอ เขาบอกว่าในตลาดหุ้น แท้จริงแล้วคนที่ได้กำไรจริงๆ มีเพียงกลุ่มคน 3%(เงาที่มองไม่เห็นอย่างพวก hedge fund หรือพวกสถาบันการเงินต่างๆ เป็นต้น) เท่านั้น อีก 95% แน่นอนขาดทุน เพราะไม่งั้นคนรวยคงเต็มบ้านเต็มเมืองไปแล้ว!!! สาเหตุเป็นเพราะคนส่วนใหญ่มักพยายามอธิบายตลาดหุ้นด้วยเหตุและผล หุ้นขึ้นเพราะ.....หุ้นลงเพราะ...... ทั้งๆที่ความจริงแล้ว ตลาดหุ้นไม่ได้เป็นเหตุเป็นผลอย่างเฉพาะหน้า แม้ว่าระยะหลังนักลงทุนทั่วไปจะเริ่มปรับตัวที่จากเดิมเป็นแมงเม่าคือ ซื้อเมื่อข่าวดีออก และขายเมื่อมีข่าวร้าย ซึ่งแมงเม่าที่ทำแบบนี้แน่นอน ตายเรียบ!!!! จนในที่สุดแมงเม่าเริ่มพัฒนาเป็น ซื้อหุ้นเก็บเมื่อมีข่าวร้ายและขายเมื่อมีการประโคมข่าวดีเป็นวงกว้าง ซึ่งก็ดูเหมือนจะใช้ได้ผลดีกว่า แต่พิชัยบอกว่า นี่ก็ยังไม่ใช่คำตอบ???????

29 กุมภาพันธ์ 2555

Review หนังสือ "รวยได้ด้วยหุ้น โดยเซียนหุ้นอัจริยะ"


วันนี้ขอหยิบหนังสือเพื่อการลงทุนในหุ้นที่เหมาะสมสำหรับคนรุ่นใหม่มา review ให้ผู้ที่กำลังจะหาหนังสือเล่นหุ้นมาอ่านเพื่อเกาะกระแสตลาดหุ้นฟีเวอร์ ที่เขียนโดย ฮง สถาพร งามเรืองพงศ์ ต้องขอย้ำว่าหนังสือเล่มนี้ เป็นหนังสือที่เขียนจากประสบการณ์จริงของเซียนหุ้นรุ่นใหม่ที่มีอายุเพียง 26 ปี แต่สามารถประสบความสำเร็จจากเงินหลักแสนเป็นเงิน 8 หลักภายในเวลาไม่กี่ปี


ในหนังสือเล่มนี้ ฮง พยายามเขียนให้ผู้อ่านเข้าใจหลักการลงทุนได้ง่ายๆ และสามารถนำไปใช้งานได้จริง โดยพยายามอธิบายถึงหลักการลงทุนที่ถูกต้อง และเน้นย้ำว่า "ตลาดหุ้นไม่ใช่แหล่งการพนัน" และ "การซื้อหุ้นก็คือการที่เราเข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของบริษัทแห่งนั้น" ซึ่งแนวคิดดังกล่าวเป็นแนวทางการลงทุนที่บ้านเราเรียกว่าการลงทุนหุ้นคุณค่า (หรือที่เรียกว่าสไตล์ VI) ที่มี ดร.นิเวศน์ เหมวชิราวรากร เป็นผู้ริเริ่มคนแรกๆของเมืองไทย แต่เทคนิคในการลงทุนของเขาจะแตกต่างจาก ดร.นิเวศน์ และ VI ท่านอื่นๆ ตรงที่ระยะเวลาในการถือครองที่เฉลี่ยจะถือประมาณ 6 เดือน - 1 ปี แต่ ดร.นิเวศน์จะถือไปเรื่อยๆ จนกว่าพื้นฐานของกิจการจะเปลี่ยนแปลงหรือราคาเกินมูลค่าไปมาก......