จริงๆ นักลงทุนที่ประสบความสำเร็จระดับโลกไม่ได้เห็นด้วยกับเรื่องกฏเกณฑ์มากนัก แต่ว่าพวกเขาเห็นด้วยว่า การทำกำไรในตลาดนั้นต้องมาพร้อมกับ "กลยุทธ์" ที่เป็นรูปธรรม เพื่อทำให้เราสามารถตัดอารมณ์ออกไปจากการตัดสินใจได้ไม่มากก็น้อย
วันนี้ เราได้รวบรวม กฎการลงทุนหรือกลยุทธ์ของนักลงทุนระดับเซียนไว้ถึง 6 คน ดังนี้
– Warren Buffett -
"เราควรจะซื้อบริษัทที่ดีในราคายุติธรรม ดีกว่าซื้อบริษัทที่ธรรมดาแต่ราคาแพง "
Warren Buffett ถือว่าเป็นนักลงุทนที่ประสบความสาเร็จมากที่สุดในประวัติศาสตร์ เขาได้ให้หัวใจสำคัญในการลงทุนแก่นักลงทุน คือ เมื่อคุณทำการประเมินบริษัท ให้ดูที่คุณภาพ, คุณภาพของบริษัทนั้นสำคัญมากที่สุด หลังจากที่คุณได้รู้คุณภาพของบริษัท ราคาที่เหมาะสมจะถูกกำหนดโดยอัติโนมัติ เขากล่าวว่าถ้าคุณภาพของบริษัทนั้นสูง อย่าคาดหวังว่าจะได้ราคาหุ้นของบริษัทในราคาถูกมากๆ แต่ถ้าบริษัทนั้นไม่มีคุณภาพก็อย่าไปซื้อเลยเพียงเพราะว่าราคามันต่ำ แต่บางครั้งบริษัทดีดี ก็มีจังหวะที่ราคาถูกเหมือนกัน ซึ่งเมื่อคุณเจอมันแล้ว ให้คุณทำการศึกษามันให้ลึกซึ้ง ถ้าบริษัทนั้นยังคงดูดี จงซื้อไว้ แต่เหนือสิ่งอื่นใด ต่อให้หุ้นดีแค่ไหน ถ้าราคามันเกินมูลค่าของมัน ก็ไม่มีเหตุผลอะไรที่คุณจะซื้อมันไว้
11 พฤศจิกายน 2555
ระบบเทรดสำคัญไฉน
เมื่อเกมส์การลงทุน เราไม่สามารถหลีกพ้นกับการเผชิญหน้ากับอารมณ์ที่อยู่ในตัวเราได้ เมื่อราคาถูกขับเคลื่อนด้วยความกลัวและความโลภ การส่งคำสั่งซื้อขายจึงหนีไม่พ้นการถูกครอบงำโดยอารมณ์ที่เกิดขึ้นในชั่วขณะ.....มีคนบอกว่า ถ้าคุณเจอคนที่กำลังจะคิดสั้นฆ่าตัวตาย หากคุณพยายามชวนเค้าคุยไปเรื่อยๆ คนเหล่านี้มีโอกาสที่จะเปลี่ยนใจมากกว่า 50% เพราะการที่เค้าได้ขจัดความเงียบไปจากใจ สติก็จะเริ่มกลับมา
ในเรื่องของการลงทุน ผู้เขียนก็เชื่อว่า ก่อนที่คุณจะคีย์ order ด้วยอารมณ์ชั่ววูบนั้น หากคุณมีใครสักคน มาถามหรือเตือนคุณเกี่ยวกับสิ่งที่คุณกำลังจะทำ ว่ามันดีจริงหรือ คุณก็อาจจะเรียกสติกลับมาได้ ก่อนที่คุณจะประหารชีวิตทางการเงินของคุณด้วยการคิดสั้นสั่งซื้อขายด้วยอารมณ์ชั่ววูบ แต่แน่นอน เราคงไม่สามารถหาใครที่จะมานั่งเฝ้าคอยเตือนสติเราได้ตลอดเวลา ดังนั้น การมีกฎการลงทุน ,ระบบ หรือ กลยุทธ์ในการลงทุน จึงเข้ามาช่วยเราได้ในฐานะที่ปรึกษา ในฐานะเพื่อน เพราะถ้าก่อนที่คุณจะลงทุน คุณถูกเจ้าสิ่งนี้คอยสอบทานความเหมาะสม คุณก็อาจเปลี่ยนใจที่จะไม่เหนี่ยวไกปืน!!!!
ในเรื่องของการลงทุน ผู้เขียนก็เชื่อว่า ก่อนที่คุณจะคีย์ order ด้วยอารมณ์ชั่ววูบนั้น หากคุณมีใครสักคน มาถามหรือเตือนคุณเกี่ยวกับสิ่งที่คุณกำลังจะทำ ว่ามันดีจริงหรือ คุณก็อาจจะเรียกสติกลับมาได้ ก่อนที่คุณจะประหารชีวิตทางการเงินของคุณด้วยการคิดสั้นสั่งซื้อขายด้วยอารมณ์ชั่ววูบ แต่แน่นอน เราคงไม่สามารถหาใครที่จะมานั่งเฝ้าคอยเตือนสติเราได้ตลอดเวลา ดังนั้น การมีกฎการลงทุน ,ระบบ หรือ กลยุทธ์ในการลงทุน จึงเข้ามาช่วยเราได้ในฐานะที่ปรึกษา ในฐานะเพื่อน เพราะถ้าก่อนที่คุณจะลงทุน คุณถูกเจ้าสิ่งนี้คอยสอบทานความเหมาะสม คุณก็อาจเปลี่ยนใจที่จะไม่เหนี่ยวไกปืน!!!!
31 ตุลาคม 2555
ฉัตรชัย วงแก้วเจริญ เซียนหุ้น VI นักแกะงบ
อยากเล่นหุ้นได้กำไรต้องอ่านงบการเงินให้ 'ขาดกระจุย' ฉัตรชัย วงแก้วเจริญ เซียนหุ้น VI เจ้าของพอร์ต 'เลข 9 หลัก'
ฉัตรชัย วงแก้วเจริญ เซียนหุ้นวีไอ วัย 44 ปี เป็นที่ร่ำลือว่ามีความสามารถในการ "ถอดงบการเงิน" เป็นเลิศ เขามีข้อได้เปรียบตรงที่ว่าเคยผ่านงานธนาคารต้องวิเคราะห์สินเชื่อลูกค้าว่ามีกำลังผ่อนชำระคืนแบงก์ได้หรือไม่ เขานำประสบการณ์ตรงนั้นบวกกับความรู้ที่ร่ำเรียนมาวิเคราะห์งบการเงินของบริษัทในอนาคต 3-5 ปีข้างหน้า ความสามารถนี้เองที่ทำให้เขาสร้างผลตอบแทนในตลาดหุ้นได้อย่างงดงาม
ความแตกต่างจากเซียนหุ้นทั่วไป ฉัตรชัยจะทุ่มเงินลงทุนทั้งหมดในหุ้นที่เขามั่นใจเพียงไม่กี่ตัว เรียกว่า "จัดเต็ม" แบบไม่กลัวเสี่ยง..ถ้าเขามั่นใจ ปัจจุบันเขาถือหุ้นเพียงแค่ 2 ตัว โดยหุ้นตัวแรกถือ 90% ของพอร์ต อีกตัวถือ 10% ของพอร์ต "ผมลงทุนไม่เหมือนคนอื่นเป็นคนซื้อหุ้นยากมาก ในรอบ 10 กว่าปีมานี้ถือหุ้นไม่กี่ตัว คนอื่นเขาเปลี่ยนไปเปลี่ยนมาแต่ผมจะถือหุ้นไปจนกว่าจะถึงเกณฑ์ที่ตั้งเอาไว้ ในอดีตเคยถือหุ้นมากที่สุดแค่ 4 หุ้น ผมมันพวก “สเปกเยอะ” ถ้ามั่นใจตัวไหนผม “จัดเต็ม” อย่างตอนนี้มีหุ้นอยู่ในมือแค่ 2 ตัว ใครเป็นมาร์เก็ตติ้งผมไม่ค่อยได้ค่าคอมมิชชั่นเท่าไร" แม้ฉัตรชัยจะไม่ยอมเปิดเผยรายชื่อหุ้นที่ซื้อ แต่จากการตรวจสอบ พบชื่อ มยุรี วงแก้วเจริญ ภรรยาของ ฉัตรชัย ถือหุ้น ซิงเกอร์ประเทศไทย (SINGER) 6,801,000 หุ้น สัดส่วน 2.52% และหุ้น แมนดารินโฮเต็ล (MANRIN) จำนวน 500,000 หุ้น สัดส่วน 1.86% ปัจจุบันมีมูลค่ารวมประมาณ 130 ล้านบาท
ฉัตรชัย วงแก้วเจริญ เซียนหุ้นวีไอ วัย 44 ปี เป็นที่ร่ำลือว่ามีความสามารถในการ "ถอดงบการเงิน" เป็นเลิศ เขามีข้อได้เปรียบตรงที่ว่าเคยผ่านงานธนาคารต้องวิเคราะห์สินเชื่อลูกค้าว่ามีกำลังผ่อนชำระคืนแบงก์ได้หรือไม่ เขานำประสบการณ์ตรงนั้นบวกกับความรู้ที่ร่ำเรียนมาวิเคราะห์งบการเงินของบริษัทในอนาคต 3-5 ปีข้างหน้า ความสามารถนี้เองที่ทำให้เขาสร้างผลตอบแทนในตลาดหุ้นได้อย่างงดงาม
ความแตกต่างจากเซียนหุ้นทั่วไป ฉัตรชัยจะทุ่มเงินลงทุนทั้งหมดในหุ้นที่เขามั่นใจเพียงไม่กี่ตัว เรียกว่า "จัดเต็ม" แบบไม่กลัวเสี่ยง..ถ้าเขามั่นใจ ปัจจุบันเขาถือหุ้นเพียงแค่ 2 ตัว โดยหุ้นตัวแรกถือ 90% ของพอร์ต อีกตัวถือ 10% ของพอร์ต "ผมลงทุนไม่เหมือนคนอื่นเป็นคนซื้อหุ้นยากมาก ในรอบ 10 กว่าปีมานี้ถือหุ้นไม่กี่ตัว คนอื่นเขาเปลี่ยนไปเปลี่ยนมาแต่ผมจะถือหุ้นไปจนกว่าจะถึงเกณฑ์ที่ตั้งเอาไว้ ในอดีตเคยถือหุ้นมากที่สุดแค่ 4 หุ้น ผมมันพวก “สเปกเยอะ” ถ้ามั่นใจตัวไหนผม “จัดเต็ม” อย่างตอนนี้มีหุ้นอยู่ในมือแค่ 2 ตัว ใครเป็นมาร์เก็ตติ้งผมไม่ค่อยได้ค่าคอมมิชชั่นเท่าไร" แม้ฉัตรชัยจะไม่ยอมเปิดเผยรายชื่อหุ้นที่ซื้อ แต่จากการตรวจสอบ พบชื่อ มยุรี วงแก้วเจริญ ภรรยาของ ฉัตรชัย ถือหุ้น ซิงเกอร์ประเทศไทย (SINGER) 6,801,000 หุ้น สัดส่วน 2.52% และหุ้น แมนดารินโฮเต็ล (MANRIN) จำนวน 500,000 หุ้น สัดส่วน 1.86% ปัจจุบันมีมูลค่ารวมประมาณ 130 ล้านบาท
18 ตุลาคม 2555
แรงบันดาลใจจากเทรดเดอร์ค่าเงิน "Effi Lang"
วันนี้จะขอพูดถึงอาชีพเทรดเดอร์อิสระต่อจากบทความก่อนหน้า("เทรดเดอร์อิสระกับชีวิตที่ไม่ง่าย") แต่คราวนี้ขอพูดถึงเทรดเดอร์ค่าเงินโดยเฉพาะ (Forex Trader) เพราะปัจจุบัน กระแสการทำเงินผ่านอินเตอร์เน็ต การเทรดผ่านออนไลน์ โดยเฉพาะข้อดีของตลาดนี้ที่สามารถซื้อขายได้ตลอด 24 ชั่วโมง เล่นได้ทั้งขาขึ้นและขาลงโดยไม่มีข้อจำกัด ใช้เงินลงทุนน้อย leverage ได้มาก ทำให้นักลงทุนรายย่อยเริ่มหันมาให้ความนิยมมากขึ้น ประกอบกับในบางจังหวะตลาดหุ้นมีอาการหมีตะครุบ รายย่อยจึงหันไปเทรดค่าเงินกันแทนสำหรับในเมืองไทย การเทรดค่าเงินเริ่มเป็นที่สนใจอย่างแพร่หลาย แม้ว่ากฎหมายบ้านเรายังไม่ได้ให้การรับรองก็ตาม แต่ก็ไม่เป็นอุปสรรคสำหรับรายย่อย เพราะโลกปัจจุบันเป็นโลกไร้พรมแดนที่เชื่อมต่อกันด้วยอินเตอร์เน็ต ดังนั้น การเปิดบัญชี รวมถึงการโอนเงินต่างๆ จึงดูสะดวกสบายไปหมด (ไม่เชื่อลอง search ใน google ดู แล้วคุณจะรู้ว่ามันง่ายจริงๆ) ทำให้การเทรดค่าเงินกลายเป็นทางเลือกใหม่ของผู้ที่ต้องการเรียนรู้โลกของการเทรด (แต่มากกว่าร้อยละ 90 หมดตัว เพราะตลาดค่าเงินได้ชื่อว่าใหญ่และโหดที่สุด!!!!!)
11 ตุลาคม 2555
'ธวัชชัย เลิศรุ่งเรือง' เซียนหุ้นผู้วางเดิมในหุ้นไม่เกิน 5 ตัว
เขาเป็นผู้หนึ่งที่เคยเจ๊งหุ้น 'ฟินวัน' ของ ปิ่น จักกะพาก วันนี้เป็นหนึ่งในนักลงทุนที่ประสบความสำเร็จมากคนหนึ่งในกลุ่ม 'วีไอ' ธวัชชัย เลิศรุ่งเรือง วางเดิมพันหนักในหุ้นไม่เกิน 5 ตัว
เขาไม่เชื่อในเรื่องการกระจายความเสี่ยง เท่าไรนัก เฉกเช่นเดียวกับวอรเรน บัฟเฟต ที่เคยกล่าว่ว่า "การกระจายการลงทุนเป็นการป้องกันความเสี่ยงสำหรับคนที่ปล่อยปละละเลย แต่ไม่ได้มีความจำเป็นอะไรเลยสำหรับคนที่รู้ว่าตัวเองทำอะไรอยู่"
"เอก" ธวัชชัย เลิศรุ่งเรือง ไม่เพียงเป็นนักธุรกิจเจ้าของ 3 บริษัท ทำธุรกิจด้านโบรกเกอร์ประกันภัย โบรกเกอร์ประกันชีวิต และขายสินค้าทางโทรศัพท์ มีพนักงานในเครือประมาณ 350 คน เขายังเป็นนักลงทุนที่ประสบความสำเร็จมากคนหนึ่งในกลุ่มวีไอ มีพอร์ตลงทุนใหญ่หลักร้อยล้านบาท
ธวัชชัย เล่าว่า ทุกวันนี้จะพยายามถือไม่ให้เกิน 5 ตัว กลุ่มหุ้นที่ชอบมากที่สุดคือ "กลุ่มสื่อสาร" ยิ่งมองข้ามไปในช่วง 2-3 ปีข้างหน้า ผลประกอบการค่อนข้างโดดเด่นหากประมูล 3G ได้กลุ่มสื่อสารน่าจะมีอัตราเติบโตต่อปีสูงมาก อีกทั้งจากสัญญา "สัมปทาน" จะเปลี่ยนเป็น "ใบอนุญาต" ผลตอบแทนที่จ่ายให้รัฐจะลดลงเยอะมาก สำหรับบริษัทที่จะได้ประโยชน์สูงสุดก็ต้องเป็นบริษัทที่มีฐานลูกค้าขนาดใหญ่ มีจุดเด่นในเรื่องฐานะทางการเงินที่แข็งแกร่ง ซึ่งไม่ขอเอ่ยชื่อว่าเป็นหุ้นตัวไหน
เขาไม่เชื่อในเรื่องการกระจายความเสี่ยง เท่าไรนัก เฉกเช่นเดียวกับวอรเรน บัฟเฟต ที่เคยกล่าว่ว่า "การกระจายการลงทุนเป็นการป้องกันความเสี่ยงสำหรับคนที่ปล่อยปละละเลย แต่ไม่ได้มีความจำเป็นอะไรเลยสำหรับคนที่รู้ว่าตัวเองทำอะไรอยู่"
"เอก" ธวัชชัย เลิศรุ่งเรือง ไม่เพียงเป็นนักธุรกิจเจ้าของ 3 บริษัท ทำธุรกิจด้านโบรกเกอร์ประกันภัย โบรกเกอร์ประกันชีวิต และขายสินค้าทางโทรศัพท์ มีพนักงานในเครือประมาณ 350 คน เขายังเป็นนักลงทุนที่ประสบความสำเร็จมากคนหนึ่งในกลุ่มวีไอ มีพอร์ตลงทุนใหญ่หลักร้อยล้านบาท
ธวัชชัย เล่าว่า ทุกวันนี้จะพยายามถือไม่ให้เกิน 5 ตัว กลุ่มหุ้นที่ชอบมากที่สุดคือ "กลุ่มสื่อสาร" ยิ่งมองข้ามไปในช่วง 2-3 ปีข้างหน้า ผลประกอบการค่อนข้างโดดเด่นหากประมูล 3G ได้กลุ่มสื่อสารน่าจะมีอัตราเติบโตต่อปีสูงมาก อีกทั้งจากสัญญา "สัมปทาน" จะเปลี่ยนเป็น "ใบอนุญาต" ผลตอบแทนที่จ่ายให้รัฐจะลดลงเยอะมาก สำหรับบริษัทที่จะได้ประโยชน์สูงสุดก็ต้องเป็นบริษัทที่มีฐานลูกค้าขนาดใหญ่ มีจุดเด่นในเรื่องฐานะทางการเงินที่แข็งแกร่ง ซึ่งไม่ขอเอ่ยชื่อว่าเป็นหุ้นตัวไหน
Joe Chalhoub เทรดเดอร์ค่าเงินผู้ไม่ยอมแพ้
Joe Chalhoub เป็นวิศวกรคอมพิวเตอร์ในบริษัทแห่งหนึ่ง ก่อนจะหันมาเป็น forex trader เขาเริ่มเทรดค่าเงินเมื่อหลายปีก่อน โดยในช่วงสามเดือนแรก การเทรดของเขาล้มเหลวโดยสิ้นเชิง เขาเล่าให้ฟังว่า "ผมยังจำได้ตอนที่ผมเสียเงินทั้งหมดของผมไป ตอนนั้นผมคิดว่าผมอยากจะเลิกเทรด แต่ว่าผมก็เลิกไม่ได้ ผมรู้สึกว่า ถ้าผมเลิกตอนนั้น มันอาจจะหมายถึงผมได้พลาดโอกาสที่ดีที่สุดในชีวิตไปก็ได้ ตอนนั้นผมเลยเพียงแค่หยุดเทรดชั่วคราวไปก่อน...หลังจากนั้นเขาได้เริ่มที่จะสังเกต ศึกษาวิเคราะห์ และฝึกฝนอย่างหนัก "ผมเริ่มที่จะสังเกตุเฝ้าดูตลาดว่าอะไรทำให้มันเคลื่อนไหวบ้าง" เขาเริ่มศึกษาการวิเคราะห์ทางปัจจัยพื้นฐานและปัจจัยทางเทคนิคว่าแต่ละตัวมันสามารถทำนายตลาดได้อย่างไร และเขาจะใช้ให้เกิดประโยชน์กับตัวเองได้อย่างไร เขาอ่านหนังสือเกี่ยวกับกลยุทธ์ต่างๆ รวมถึงเทคนิคที่นักเทรดที่มีประสบความสำเร็จใช้กันเป็นอย่างไรอย่างหนัก.....
"ผมเปิดบัญชีเดโมขึ้นมาและเทรดค่าเงินจำลองในเทคนิคต่างๆ โดยติดตามดูผลงานของมันอย่างใกล้ชิด หลังจากที่ศึกษามา 1 ปี หลังจากลองผิดลองถูกอยู่นานนับปี กับความล้มเหลวในการเทรดที่นับครั้งไม่ถ้วน ผมก็ได้เข้าใจถึงวิถีแห่งกลยุทธ์ของผมเองและเริ่มที่จะทำกำไรได้ในแต่ละเดือน"
9 สิงหาคม 2555
วีไอ 'อนุรักษ์ บุญแสวง' จากทุน 8 แสน สู่หลัก 'ร้อยล้าน'
กำไรทบต้น สิ่งมหัศจรรย์อันดับ 8 ของโลก 'โจ' อนุรักษ์ บุญแสวง ผู้เดินตามแนวคิด 'อัลเบิร์ต ไอน์สไตน์' วันนี้เขามีพอร์ตเลข 9 หลัก
ใครคนหนึ่งเอ่ยถาม อัลเบิร์ต ไอน์สไตน์ ว่า "ท่านครับ! ท่านคิดว่าอะไรคือประดิษฐกรรมที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของมนุษยชาติครับ" อัจฉริยะผมยุ่งผู้มีชีวิตอยู่ในช่วงปี 1879-1955 ตอบว่า ก็ดอกเบี้ยทบต้นไง!!! เจ้าของชื่อล็อกอิน “ลูกอีสาน” ในเว็บไซต์ Thaivi "โจ" อนุรักษ์ บุญแสวง วันนี้พอร์ตเขาแตะเลข 9 หลัก เพราะเดินตามทฤษฎี “กำไรทบต้น” สิ่งมหัศจรรย์อันดับ 8 ของไอน์สไตน์
โจเป็นนักลงทุนวีไอที่ประสบความสำเร็จอย่างสูงในช่วงหลายปีที่ผ่านมา เขามีแฟนคลับคอยติดตามผลงานการลงทุนอย่างใกล้ชิดและเป็นหนึ่งในกรรมการสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า (ประเทศไทย) โจและเพื่อน 2-3 คน ที่เป็นนักลงทุนแนว VI เหมือนกันลงทุนอยู่ที่อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา ทุกไตรมาสพวกเขาจะจัดสัมมนาคุยกับแฟนๆ ประมาณ 50 ที่นั่ง ที่ร้านอาหาร สมิหลาซีสปอร์ต ในอำเภอหาดใหญ่
ใครคนหนึ่งเอ่ยถาม อัลเบิร์ต ไอน์สไตน์ ว่า "ท่านครับ! ท่านคิดว่าอะไรคือประดิษฐกรรมที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของมนุษยชาติครับ" อัจฉริยะผมยุ่งผู้มีชีวิตอยู่ในช่วงปี 1879-1955 ตอบว่า ก็ดอกเบี้ยทบต้นไง!!! เจ้าของชื่อล็อกอิน “ลูกอีสาน” ในเว็บไซต์ Thaivi "โจ" อนุรักษ์ บุญแสวง วันนี้พอร์ตเขาแตะเลข 9 หลัก เพราะเดินตามทฤษฎี “กำไรทบต้น” สิ่งมหัศจรรย์อันดับ 8 ของไอน์สไตน์
โจเป็นนักลงทุนวีไอที่ประสบความสำเร็จอย่างสูงในช่วงหลายปีที่ผ่านมา เขามีแฟนคลับคอยติดตามผลงานการลงทุนอย่างใกล้ชิดและเป็นหนึ่งในกรรมการสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า (ประเทศไทย) โจและเพื่อน 2-3 คน ที่เป็นนักลงทุนแนว VI เหมือนกันลงทุนอยู่ที่อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา ทุกไตรมาสพวกเขาจะจัดสัมมนาคุยกับแฟนๆ ประมาณ 50 ที่นั่ง ที่ร้านอาหาร สมิหลาซีสปอร์ต ในอำเภอหาดใหญ่
8 สิงหาคม 2555
Nial Fuller เทรดเดอร์ค่าเงินสไตล์ Price action
Nial Fuller คือเทรดเดอร์อิสระที่เป็นที่รู้จักกันดีในฐานะเทรดเดอร์ค่าเงินสไตล์ price action ที่พยายามเผยแพร่แนวคิดและวิธีการในการทำกำไรของเขาผ่านเว็บไซต์ส่วนตัว ด้วยแนวคิดที่เข้าใจง่ายไม่ซับซ้อน บวกกับความสามารถในการถ่ายทอดที่ทำให้มือใหม่ทั้งหลายสามารถเรียนรู้ได้ ทำให้เขาเป็นอาจารย์สอนเทรดค่าเงินที่มีผู้ติดตามมากที่สุดคนนึง ในแต่ละปีจะมีผู้ติดตามอ่าน website ของเขามากกว่า 500,000 คน เทคนิคการเทรดค่าเงินของ Nial นั้นจะใช้สไตล์ price action เท่านั้น เขาจะไม่สนใจอินดิเคเตอร์ โดยหลักการของเขาคือเขาจะพิจารณาว่าราคาได้ "กระทำต่อ" แนวรับแนวต้านอย่างไร รวมถึงการดูรูปแบบการฟอร์มตัวของแท่งเทียน เพื่อหาจังหวะเข้า order เขาอธิบายว่า กราฟที่ดูสับสนวุ่นวายด้วย indy เต็มหน้าจอ นอกจากจะทำให้คุณเครียดเพราะเข้าใจมันยากแล้ว คุณยังต้องปวดหัวกับการตีความมันด้วย สุดท้ายคุณคงต้องสับสนในตัวเองแน่ๆ เขาบอกว่าทำไมคุณไม่ทำให้มันง่ายกว่านั้นล่ะ ในเมื่อกราฟเปล่าๆ ก็สามารถช่วยให้คุณหาแนวโน้มและทิศทาง รวมถึงหาจังหวะเข้าเทรดได้เหมือนกัน
7 สิงหาคม 2555
'ปณต จิตต์การุญ' เทรดเดอร์หนุ่มไร้ปริญญา ตอน 2
เทรดเดอร์หนุ่มไร้ใบปริญญาวัย 31 ปี เคยสร้าง ผลงานบริหารพอร์ตเอาชนะ 'วิกฤติซับไพร์ม' มาแล้ว! เขาไม่ต่างจาก 'แจ็คผู้ฆ่ายักษ์' ผู้คิดค้นวิธีการเทรดด้วยสูตรเฉพาะตัว
ผู้ก่อตั้ง Mudley Group “ต้าน” ปณต จิตต์การุญ หนุ่มวัย 31 ปีที่เรียนไม่จบแม้ปริญญาตรี "วิศวะฯลาดกระบัง" ยอมทิ้งอนาคต "วิศวกร" ขณะเรียนชั้นปีที่ 4 ลาออกกลางคันบินไปฝึกฝนวิธีการเทรดที่สหรัฐอเมริกา ไม่มีใครหยุดความฝันของเขาได้!!!
ตอนที่แล้ว ได้ปูพื้นที่มาที่ไปของเด็กหนุ่มผู้นี้ไปบ้างแล้ว ในวัยเด็กเขาเป็น "เซียนหมากรุก" ที่พ่อพาตะเวนไปล่ารางวัล ตอนเรียนมหาวิทยาลัยเคยชนะเลิศการแข่งขัน University Stock Competition (ปี 2002) ของตลาดหลักทรัพย์ ต่อมามีนักลงทุนต่างชาติเห็นแววชักชวนไปฝึกวิชา "เทรดเดอร์" ที่อเมริกา เคยร่วมงานกับกองทุน Altera Partners Management ปัจจุบันอยู่ระหว่างจัดตั้งกองทุนบริหารความเสี่ยง (เฮดจ์ฟันด์) จดทะเบียนที่เกาะเคย์แมน ผลงานที่สร้างความภาคภูมิใจให้เด็กหนุ่มคนนี้มากที่สุดก็คือ บริหารพอร์ตให้มีกำไรท่ามกลางวิกฤติซับไพร์มช่วงปี 2551
ผู้ก่อตั้ง Mudley Group “ต้าน” ปณต จิตต์การุญ หนุ่มวัย 31 ปีที่เรียนไม่จบแม้ปริญญาตรี "วิศวะฯลาดกระบัง" ยอมทิ้งอนาคต "วิศวกร" ขณะเรียนชั้นปีที่ 4 ลาออกกลางคันบินไปฝึกฝนวิธีการเทรดที่สหรัฐอเมริกา ไม่มีใครหยุดความฝันของเขาได้!!!
ตอนที่แล้ว ได้ปูพื้นที่มาที่ไปของเด็กหนุ่มผู้นี้ไปบ้างแล้ว ในวัยเด็กเขาเป็น "เซียนหมากรุก" ที่พ่อพาตะเวนไปล่ารางวัล ตอนเรียนมหาวิทยาลัยเคยชนะเลิศการแข่งขัน University Stock Competition (ปี 2002) ของตลาดหลักทรัพย์ ต่อมามีนักลงทุนต่างชาติเห็นแววชักชวนไปฝึกวิชา "เทรดเดอร์" ที่อเมริกา เคยร่วมงานกับกองทุน Altera Partners Management ปัจจุบันอยู่ระหว่างจัดตั้งกองทุนบริหารความเสี่ยง (เฮดจ์ฟันด์) จดทะเบียนที่เกาะเคย์แมน ผลงานที่สร้างความภาคภูมิใจให้เด็กหนุ่มคนนี้มากที่สุดก็คือ บริหารพอร์ตให้มีกำไรท่ามกลางวิกฤติซับไพร์มช่วงปี 2551
31 กรกฎาคม 2555
'ปณต จิตต์การุญ' เทรดเดอร์หนุ่มไร้ปริญญา ตอน 1
เปิดตัว 'ปณต จิตต์การุญ' เทรดเดอร์หนุ่มวัย 31 ปี คนไทยผู้หาญกล้าตั้ง 'เฮดจ์ฟันด์' ลงทุนทั่วโลก ทิ้งใบปริญญา ค้นหาความฝันที่ยิ่งใหญ่
"ต้าน" ปณต จิตต์การุญ เทรดเดอร์หนุ่มวัย 31 ปี ร่วมกับ ณสุ จันทร์สม อดีตผู้จัดการกองทุนชื่อดัง อยู่ระหว่างจัดตั้ง "เฮดจ์ฟันด์" จดทะเบียนที่ "เกาะเคย์แมน" ซึ่งเป็น "ธุรกิจต้องห้าม" ที่ ก.ล.ต.ไทยยังไม่อนุญาต เนื้อหาชีวิตของเด็กหนุ่มผู้นี้นับว่าน่าสนใจ และพลาดไม่ได้ที่จะติดตาม
ทีมข่าว "บิซวีค" มีนัดหมายกับเทรดเดอร์หนุ่มที่ออฟฟิศย่านถนนสุขุมวิท โดยมี ณสุ จันทร์สม อดีตผู้จัดการกองทุนชื่อดัง ที่ปัจจุบันผันตัวเองมาเป็นเจ้าของบริษัทจัดการลงทุน Tranquility Asset Management ที่สิงคโปร์ ร่วมวงสนทนาอยู่ด้วย
“เรากำลังจะจัดตั้งกองทุนในต่างประเทศแต่กำลังหาทางนำมาเสนอให้นักลงทุนไทยด้วย จะเรียกว่าเป็นเฮดจ์ฟันด์หรืออะไรก็แล้วแต่จะเรียกกัน” ณสุ เริ่มต้นขึ้น
"ต้าน" ปณต จิตต์การุญ เทรดเดอร์หนุ่มวัย 31 ปี ร่วมกับ ณสุ จันทร์สม อดีตผู้จัดการกองทุนชื่อดัง อยู่ระหว่างจัดตั้ง "เฮดจ์ฟันด์" จดทะเบียนที่ "เกาะเคย์แมน" ซึ่งเป็น "ธุรกิจต้องห้าม" ที่ ก.ล.ต.ไทยยังไม่อนุญาต เนื้อหาชีวิตของเด็กหนุ่มผู้นี้นับว่าน่าสนใจ และพลาดไม่ได้ที่จะติดตาม
ทีมข่าว "บิซวีค" มีนัดหมายกับเทรดเดอร์หนุ่มที่ออฟฟิศย่านถนนสุขุมวิท โดยมี ณสุ จันทร์สม อดีตผู้จัดการกองทุนชื่อดัง ที่ปัจจุบันผันตัวเองมาเป็นเจ้าของบริษัทจัดการลงทุน Tranquility Asset Management ที่สิงคโปร์ ร่วมวงสนทนาอยู่ด้วย
“เรากำลังจะจัดตั้งกองทุนในต่างประเทศแต่กำลังหาทางนำมาเสนอให้นักลงทุนไทยด้วย จะเรียกว่าเป็นเฮดจ์ฟันด์หรืออะไรก็แล้วแต่จะเรียกกัน” ณสุ เริ่มต้นขึ้น
29 กรกฎาคม 2555
ข้อมูลสำหรับผู้เริ่มต้นเทรด forex
หลังจากได้เริ่มเขียนบทความเกี่ยวกับเทรดเดอร์ค่าเงินมาไม่นาน ปรากฎว่ามีนักลงทุนหน้าเก่าในตลาดหุ้นไทย รวมถึงฟิวเจอร์ แต่เป็นหน้าใหม่ในตลาด forex ให้ความสนใจที่จะศึกษาการเก็งกำไรในตลาด forex รวมถึงผู้ที่ต้องการจะเป็น freedom trader กันหลายท่าน โดยได้ส่งเมล์เข้ามาถามถึงข้อมูลเกี่ยวกับตลาดที่กว้างใหญ่แห่งนี้ วันนี้เลยถือโอกาส สรุปข้อมูลเบื้องต้นให้เทรดเดอร์ค่าเงินมือใหม่ได้เข้าใจภาพรวมกันสักเล็กน้อย ^^
ฟอเร็กซ์ (Forex) คืออะไร
Forex (Foreign Exchange Market) หรือเรียกสั้นๆว่า FX เป็นตลาดในการซื้อขายอัตราแลกเปลี่ยนของสกุลเงินต่างๆ ซึ่ง Forex เป็นตลาดที่มีการซื้อขายมากที่สุดในโลกกว่า 4 แสนล้านเหรียญสหรัฐต่อวันซึ่งมากกว่าตลาดหุ้นทั้งโลกมารวมกัน ตลาด Forex เปิดทำการตั้งแต่วันจันทร์ถึงศุกร์ตลอด 24 ชั่วโมงและหยุดการซื้อขายในวันเสาร์อาทิตย์ ตลาดใหญ่ๆของโลกจะมีอยู่ 3 แห่งก็คือ ตลาดโตเกียว ตลาดลอนดอน และตลาดนิวยอร์ค ซึ่งเวลาทำการเมื่อเทียบกับเวลาประเทศไทยก็จะเป็นดังนี้ (ถ้าอยู่ในช่วงฤดูหนาวก็ให้เพิ่มอีก 1 ชั่วโมง)
ฟอเร็กซ์ (Forex) คืออะไร
Forex (Foreign Exchange Market) หรือเรียกสั้นๆว่า FX เป็นตลาดในการซื้อขายอัตราแลกเปลี่ยนของสกุลเงินต่างๆ ซึ่ง Forex เป็นตลาดที่มีการซื้อขายมากที่สุดในโลกกว่า 4 แสนล้านเหรียญสหรัฐต่อวันซึ่งมากกว่าตลาดหุ้นทั้งโลกมารวมกัน ตลาด Forex เปิดทำการตั้งแต่วันจันทร์ถึงศุกร์ตลอด 24 ชั่วโมงและหยุดการซื้อขายในวันเสาร์อาทิตย์ ตลาดใหญ่ๆของโลกจะมีอยู่ 3 แห่งก็คือ ตลาดโตเกียว ตลาดลอนดอน และตลาดนิวยอร์ค ซึ่งเวลาทำการเมื่อเทียบกับเวลาประเทศไทยก็จะเป็นดังนี้ (ถ้าอยู่ในช่วงฤดูหนาวก็ให้เพิ่มอีก 1 ชั่วโมง)
20 กรกฎาคม 2555
ข้อผิดพลาด 10 ประการของนักลงทุนในตลาดฟิวเจอร์
ตลาดอนุพันธ์หรือตลาดซื้อขายล่วงหน้า (Future) เป็นตลาดทุนที่เริ่มมีบทบาทมากขึ้นในช่วงหลายปีที่ผ่านมา แสดงให้เห็นถึงการตื่นตัวของนักลงทุนในประเทศไทย นอกจากนี้ทางตลาดหลักทรัพย์ยังพยายามผลักดันให้ตลาดแห่งนี้ขยายตัวอย่างต่อเนื่อง โดยพยายามมุ่งเน้นการออกผลิตภัณฑ์ที่หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็น ทองคำ โลหะเงิน น้ำมัน หรือล่าสุดอัตราแลกเปลี่ยน ซึ่งแม้ยังไม่ได้รับการตอบรับเท่าที่ควรเหมือนในต่างประเทศ แต่ยังไงก็ถือเป็นจุดเริ่มต้นที่ดี อย่างไรก็ตาม แม้จะพยายามผลักดันให้ตลาดเติบโตมากแค่ไหน แต่สัดส่วนนักลงทุนที่สามารถทำกำไรได้กลับไม่ได้เติบโตตาม และต้องยอมรับความจริงที่ว่า นักเก็งกำไรในตลาดในตลาดฟิวเจอร์ ส่วนใหญ่มากกว่า 80% จะเป็นผู้ขาดทุน และมีเพียง 20% เท่านั้นที่กำไรและเสมอตัวอยู่ในตลาด
Rodrigo Villela เทรดเดอร์ค่าเงินชาวเม็กซิโก
Rodrigo Villela นักธุรกิจชาวเม็กซิโก เขาเริ่มต้นเข้าสู่วงการซื้อขายอัตราแลกเปลี่ยนด้วยเหตุผลทางธุรกิจ เนื่องจากบริษัทของเขาเป็นธุรกิจนำเข้าส่งออกระหว่างประเทศ ทำให้มีรายรับและต้นทุนเป็นสกุลเงินต่างประเทศอยู่บ่อยครั้ง ทำให้เขาจำเป็นต้องใช้การซื้อขายอัตราแลกเปลี่ยนล่วงหน้าเพื่อกำหนดอัตราแลกเปลี่ยนที่เหมาะสมไว้ก่อน เพื่อเป็นการป้องกันความเสี่ยงจากความผันผวนของค่าเงิน (Hedging) ซึ่งจะมีผลต่อกำไรขาดทุนของบริษัทเขาอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้หลังจาก Rodrigo ศึกษาตลาดอัตราแลกเปลี่ยนอยู่ไม่นาน เขาได้เริ่มเห็นโอกาสทำเงินในตลาดแห่งนี้ในฐานะตลาดแห่งการเก็งกำไรมากขึ้น และเนื่องจากเขาเคยเก็งกำไรในตลาดหุ้นและฟิวเจอร์มาก่อนทำให้เขาสามารถมองเห็นอะไรบางอย่างในตลาดแห่งนี้ที่ตลาดหุ้นไม่มี ด้วยเหตุนี้เขาจึงตัดสินใจย้ายเข้าสู่การเก็งกำไรในตลาดค่าเงินอย่างจริงจัง เขาให้เหตุผลไว้หลายประการถึงความน่าสนใจในตลาดค่าเงิน
18 กรกฎาคม 2555
5 Level ในการเป็นเทรดเดอร์ค่าเงิน
ท่ามกลางโลกการเงินที่ไร้พรมแดน แม้ประเทศไทยยังไม่มีกฎหมายรองรับการเทรดค่าเงินเฉกเช่นเดียวกับในต่างประเทศ แต่กลับพบว่าประชากรของเทรดเดอร์ค่าเงินในประเทศไทยเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ตอบสนองต่อแนวคิดเรื่อง freedom life freedom trader ที่เริ่มเป็นที่สนใจในประเทศไทยอย่างกว้างขวาง การเทรดเพื่อหาเลี้ยงชีพ หรือ trading for a living เริ่มซึมเข้าสู่กระแสเลือดของคนรุ่นใหม่ เนื่องด้วยข้อจำกัดของตลาดหุ้นในเมืองไทย ทั้งในแง่สภาพคล่อง platform หรือเครื่องมือที่ใช้ดูกราฟ รวมถึงการเล่นหุ้นในขาลงที่ไม่ยืดหยุ่นเนื่องจากมีต้นทุนในการ short sell ตลอดจนเงินทุนของมือใหม่ ล้วนเป็นสิ่งที่ทำให้เทรดเดอร์รุ่นใหม่เริ่มหันเข้าสู่ตลาดค่าเงินหรือ forex market ตลาดที่เซียนหลายคนต่างยอมรับว่าเป็นตลาดที่โหดที่สุด แต่ด้วยข้อดีในแง่ความยืดหยุ่นในการเทรด ความสามารถในการ leverage และ platform ที่พร้อมด้วยเครื่องมือที่สุดยอด รวมถึงช่วงเวลาในการเทรดที่ไม่เคยหมดเพราะเทรดได้ 24 ชั่วโมงทำให้เทรดเดอร์หน้าใหม่หลายต่อหลายคนก้าวเท้าเข้าสู่วงการ forex ด้วยความหวังที่จะร่ำรวยเหมือนเทรดเดอร์รุ่นพี่!!!!!5 กรกฎาคม 2555
8 สุดยอดหนังสือที่นักลงทุน...ต้องอ่าน!!!!!
วอร์เรน บัฟเฟตต์ เคยกล่าวถึง “การอ่าน” ว่าสำหรับเขาแล้วมันคือเป็นอาวุธในการลงทุน นอกจากนี้ บัฟเฟตต์ยังกล่าวว่า “If I’m interested company, I’ll buy 100 shares of all its competitors to get their annual reports.” ซึ่งแปลว่า “ถ้าผมสนใจบริษัทไหน.. ผมจะไปซื้อหุ้นคู่แข่งของบริษัทนั้นๆ เพื่อที่จะได้รายงานประจำปีของบรรดาบริษัทคู่แข่งมาอ่าน” ดังนั้น การจะเป็นนักลงทุนที่ดีได้..คุณคงต้องพยายามอ่านให้มากขึ้นซะแล้ว!!!!
และหากคุณเป็นนักลงทุนอยู่แล้ว..หรือคิดที่จะเริ่มต้นเป็นนักลงทุนในตลาดหุ้นโดยเฉพาะผู้ที่สนใจในแนวทางการลงทุนสไตล์เน้นหุ้นคุณค่า คุณก็ไม่ควรพลาดอ่านหนังสือทั้ง 8 เล่มที่บรรดานักวิจารณ์ทั้งไทยเทศหลายท่านได้ให้ความเห็นว่าเป็นหนังสือที่นักลงทุน..ต้องอ่าน โดยมีรายละเอียดดังนี้
1. “Security Analysis” (1934) โดย Benjamin Graham และ David Dodd

หนังสือเล่มนี้ถือได้ว่าเป็นหนังสืออมตะของบรรดานักลงทุนทั่วโลก และยังถือได้ว่าเป็นคัมภีร์ไบเบิลสำหรับวงการนักลงทุน ซึ่งเขียนโดยกูรูการลงทุนทั้งสองท่าน Benjamin Graham เป็นนักลงทุนและเป็นอาจารย์สอนอยู่ที่ Columbia University และเป็นอาจารย์ของ Warren Buffett ด้วย ส่วน David Dodd ก็เป็นอาจารย์และเพื่อนร่วมงานของ Graham โดยหนังสือได้ให้ความคิดที่ว่านักลงทุนตัวจริงจะต้องมีสัญชาตญาณของ “นักสืบ” มากกว่า “นักสถิติ” หนังสือเล่มนี้เขียนขึ้นเพื่อช่วยแนะนำแนวทางในการลงทุน หลังจากเกิดมหาวิกฤติเศรษฐกิจของโลกซึ่งมีต้นเหตุมาจากการเก็งกำไรครั้งใหญ่ในตลาดหุ้นนิวยอร์ก
9 มิถุนายน 2555
Review หนังสือ "บัฟเฟตต์-โซรอส ลงทุนถูกนิสัย ยังไงก็ชนะ"
ในหนังสือชื่อ The Winning Investment Habits of Warren Buffett and George Soros "บัฟเฟตต์-โซรอส ลงทุนถูกนิสัย ยังไงก็ชนะ" เขียนโดย Mark Tier และมีการเรียบเรียงเป็นภาษาไทยด้วยภาษากวนๆ เข้าใจง่าย โดยคุณชัชวนันท์ สันธิเดช และ สุภศักดิ์ จุลละศร Mark Tier ได้นำเสนอเรื่องราวของผู้ทรงอิทธิพลที่สุดในแวดวงการเงิน ผู้มีอัฉริยภาพทางการลงทุนที่ร่ำรวยที่สุดในโลกทั้ง วอรเรน บัฟเฟตต์ และจอร์จ โซรอส แม้ทั้งสองจะมีเส้นทางอาชีพที่แตกต่างกันราวฟ้ากับดิน บัฟเฟตต์ชอบซื้อหุ้นและธุรกิจในราคาถูกด้วยเงินสด และชอบที่จะถือหุ้นนั้น "ชั่วนิรันดร์" ขณะที่โซรอสมีชื่อเสียงด้านการเก็งกำไรที่รวดเร็วฉับไว และใช้เงินที่กู้ยืมมาเก็งกำไรในตลาดแลกเปลี่ยนเงินตรา แต่พวกเขาทั้งสองกลับมีบางสิ่งบางอย่างที่เหมือนกัน โดย Mark Tier ได้แสดงให้เห็นว่า บัฟเฟตต์และโซรอส ต่างฝึกฝน อุปนิสัยทางจิตใจและกลยุทธ์ชนิดเดียวกัน หล่อหลอมจนเป็นทัศนคติในแบบเดียวกันอย่างไม่น่าเชื่อ
30 พฤษภาคม 2555
สนามค้าหุ้นของนักเก็งกำไรรายวัน

การเก็งกำไรในตลาดหุ้นได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นเป็นอย่างมากในปัจจุบัน แต่ถ้าตลาดเปลี่ยนเป็นตลาดหมีล่ะ อะไรจะเกิดขึ้นกับผู้ที่เข้ามาดำรงชีพในฐานะเทรดเดอร์ฟูลไทม์ ? นั่นเป็นปัญหาของพวกที่คิดว่าตลาดหุ้นสามารถทำเงินได้เฉพาะในตลาดกระทิงเท่านั้น พวกเขาไม่รู้ว่าแท้จริงแล้ว ตราบใดที่ตลาดยังมีแรงขับเคลื่อนอยู่ไม่ว่าจะขึ้นหรือลง นักเก็งกำไรในตลาดนี้ก็ยังสามารถทำเงินได้จากมันได้ !!!!!
28 พฤษภาคม 2555
Mark Douglas ทัศนคติแห่งการเก็งกำไร
Mark Douglas เซียนหุ้นที่เป็นที่ยอมรับกันว่า เขามีความชำนาญ และแนวคิดที่ลึกซึ้งเกี่ยวกับแง่มุมทางด้านจิตวิทยาการลงทุนเป็นอย่างสูง ในระดับต้นๆของโลก โดยเขาได้เคยเขียนหนังสือหุ้นไว้สองเล่มที่โด่งดังมาก และถือเป็น Must Read! เลยทีเดียวนั่นก็คือ The Discipline Trader และ Trading in The ZoneDouglas เริ่มต้นการเก็งกำไรในตลาด Future ในปี 1978 โดยขณะนั้น เขาทำงานเป็นผู้บริหารของบริษัทแห่งหนึ่ง จนเมื่อมีโบรกเกอร์โทรมาชักชวนให้เขาลงทุน เขาจึงเริ่มเข้าสู่เส้นทางการเก็งกำไรในทองคำ และหลังจากนั้นมา เขาก็หลงใหลในการเก็งกำไรเป็นอย่างมาก เขาตัดสินใจลาออกจากงานผู้บริหาร และสมัครเข้าทำงานใน Merrill Lynch ด้วยการเป็นโบรกเกอร์แทน!!!!
ภายใน 9 เดือน Douglas ก็หมดตัว!!! เขาสูญเสียเงินสะสมทั้งหมดที่มีไปกับการเก็งกำไร แต่นั่นกลับกลายเป็นพลังให้เขาลุกขึ้นต่อสู้ และก้าวเดินต่อไปในเส้นทางที่เขาเลือก เพราะอย่างน้อยเขาได้เรียนรู้อะไรบางอย่างจากการสูญเสียที่เกิดขึ้น ซึ่งก็คือ เขาเรียนรู้ว่าแท้จริงแล้วการเก็งกำไรนั้น มันคือการต่อสู้กับจิตใจของเราเอง โดยมุมมอง และทัศนคติของเขานั้น มีส่วนสำคัญมากกว่าสิ่งอื่นใดในการเก็งกำไร และนั่นทำให้เขาเชื่อว่าสิ่งที่เขาคิด คือสิ่งที่สำคัญมาก และนั่นทำให้หลังจากนั้น เขาเริ่มเขียนบันทึกประจำวันอย่างละเอียด
21 พฤษภาคม 2555
จอห์น เทมเปิลตัน นักล่าของถูกระดับโลก
จอห์น เทมเปิลตัน (เสียชีวิตแล้วในปี 2008) เขาเกิดในครอบครัวที่ยากจน การลงทุนครั้งแรกของเราเริ่มต้นจากเงินที่ยืมจากเจ้านายจำนวน 10,000 ดอลล่าร์ โดยเขานำเงินจำนวนนั้นไปซื้อหุ้นจำนวน 104 บริษัท ระหว่างที่สงครามกำลังรุนแรง และขายออกหลังสงครามเลิก เงินจำนวนนั้นกลายเป็นเงิน 40,000 ดอลล่าภายในเวลา 4 ปี คิดเป็นผลตอบแทน 41.40% ต่อปี โดยหลังจากทำงานแรกที่เมอร์ริล ลินซ์ ได้ไม่นาน เขาก็ก่อตั้งบริษัทที่ปรึกษาการลงทุนของเขาเอง และเมื่ออายุได้ 56 ปีเขาได้ขายมันไปและเริ่มต้นก่อตั้งกองทุนขี้น ชื่อว่า Templeton Growth กองทุนนี้สามารถสร้างผลดการดำเนินงานได้สูงติดอันดับต้นๆ ตลอดระยะเวลา 20 ปี ทีเดียว โดยหลายคนกล่าวว่าความสำเร็จของเขานี้เกิดจากการที่เขาสามารถมองเห็นโอกาสในการลงทุนก่อนใคร โดยอาจเป็นได้ว่าความสำเร็จที่สำคัญของเขาเกิดจากการลงทุนในตลาดหุ้นญี่ปุ่นในช่วงปี1962 ซึ่งเป็นตอนที่ญี่ปุ่นเป็นที่รู้จักไปทั่วโลกในฐานะผู้ผลิตสินค้าคุณภาพต่ำราคาถูก ทำให้ราคาหุ้นของญี่ปุ่นไม่ได้รับความสนใจและมีราคาต่ำมาก เขาเข้าไปกวาดหุ้นจำนวนมาก อาทิ ฮิตาชิ นิสสัน ซูมิโตโม ฯลฯ จนกองทุนของเค้ามากกว่า 50% เป็นหุ้นถูกๆ แบบว่าเมดอินเจแปน และหลังจากนั้น โตเกียวก็ไม่ทำให้เขาผิดหวัง ญี่ปุ่นกลายเป็นประเทศโตเร็วและตลาดหุ้นโตเกียวก็เป็นขาขึ้นไปจนถึงปี 1989!!!!!
13 พฤษภาคม 2555
คุณสมบัติเซียน
เชื่อว่าในหมู่นักลงทุน จะมีคำถามหนึ่งที่อยู่ในใจของหลายๆคน คำถามนั้นคือ คนที่สามารถทำกำไรในตลาดหุ้นได้เป็นกอบเป็นกำหรือที่เค้าเรียกว่าเซียนหุ้น จะต้องมีคุณสมบัติที่แตกต่างไปจากนักลงทุนรายอื่นยังไง และเราสามารถจะประสบความสำเร็จแบบเขาได้หรือไม่ คำถามนี้ได้มีผู้ที่ทำการศึกษาอย่างจริงจัง โดย Dr. Van K. Tharp จาก มหาวิทยาลัย Oklahoma ผู้มีผลงานด้านงานวิจัย บทความ หนังสือ เป็นวิทยากรรับเชิญในรายการด้านการเงิน และเปิดคลินิกให้คำปรึกษา แก่ trader ต่างๆ ในแคลิฟอร์เนีย สหรัฐอเมริกาในปี 1982 Dr.Tharp ได้ทำการศึกษานักลงทุน และนักเก็งกำไรนับพันๆคน เพื่อที่จะหาคุณลักษณะ รวมถึงทัศนคติและความเชื่อของผู้ที่ล้มเหลว และผู้ที่ประสบความสำเร็จทั้งในตลาดหลักทรัพย์ และตลาดcommodities ผลการศึกษาพบว่าคุณสมบัติของนักลงทุนที่ขาดทุน ส่วนใหญ่คือจะเป็นผู้ที่มีความเครียดสูง มองโลกในแง่ลบ และมักโยนความผิดพลาดของตนให้กับคนอื่นหรือสิ่งอื่นๆ และเป็นนักลงทุนที่ชอบตามแห่ และไม่มีความอดทน
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)







