
ในหัวข้อตามรอยเซียนหุ้น คงจะแปลกไม่น้อยถ้าจะไม่มีบุคคลซึ่งถือเป็นต้นแบบของนักลงทุนทั่วโลกผู้นี้ "วอเรน บัฟเฟต" นักลงทุนในหุ้นเน้นคุณค่าหมายเลขหนึ่งของโลก เขาเป็นต้นแบบให้เซียนหุ้นทั้งในเมืองไทยอย่าง ดร.นิเวศน์ เหมวชิราวรากร และเซียนหุ้นคุณค่าอีกหลายต่อหลายท่านทั้งในและต่างประเทศ ปัจจุบัน นักลงทุนเกือบทุกคนคงไม่มีใครไม่รู้จักเขา.....แม้ตัว วอเรนเอง จะไม่เคยเขียนหนังสือเผยแพร่แนวคิดด้านการลงทุน แต่กลับมีหนังสือมากมายที่ตีแผ่เรื่องราว ทั้งชีวิตส่วนตัว และแนวทางการลงทุนของเขาออกมาอย่างต่อเนื่อง โดยอาจเป็นเพราะ วอเรน ได้ติดทำเนียบมหาเศรษฐีท็อป 10 จากการจัดอันดับของนิตยสารฟอร์บตลอดทศวรรษที่ผ่านมา และเคยขึ้นอันดับหนึ่งในปี 2552 แซงเจ้าพ่อไอทีอย่างบิล เกตต์ เรื่องราวและหลักการลงทุนของเขาจึงเป็นเรื่องราวที่ชวนติดตามและน่าศึกษาอย่างยิ่ง
วอเรน บัฟเฟตซื้อหุ้นครั้งแรกเมื่ออายุได้สิบเอ็ดขวบ (ภายหลังเขาให้สัมภาษณ์ว่าเขาเริ่มลงทุนในหุ้นช้าไป) หุ้นที่เขาซื้อ ราคาร่วงลง ทำให้เขาวิตกกังวลมาก เมื่อราคาหุ้นเด้งกลับมาจนมีกำไร เขาจึงขายหุ้นนั้นด้วยความโล่งอก แต่หลังจากนั้น หุ้นดังกล่าวก็ทะยานขึ้นอย่างมากมาย ประสบการณ์ครั้งแรกนั้นทำให้วอเรนจดจำข้อเสียของการขายหุ้นเร็วเกินไป!!!!!

วันนี้ขอนำเสนอบทความหนักๆ ให้ผู้อ่านสักนิด......หลังจากที่ได้อ่านหนังสือ "รวยหุ้นล้นฟ้า ด้วยระบบคิดใหม่" ของคุณพิชัย จาวลา ทำให้นึกถึงทฤษฎี Theory of Reflexivity ของจอร์ส โซรอส เจ้าของฉายาบุรุษผู้ปล้นแบงค์ชาติอังกฤษ (รวมถึงแบงค์ชาติของเรา ^^ ) ที่มีความเหมือนกันมาก จริงๆอาจกล่าวได้ว่า การอธิบายดููเหมือนจะแตกต่างกันในกลวิธี แต่ด้วยประเด็นสำคัญแล้วเป็นสิ่งเดียวกันอย่างแยกไม่ออก















