5 กรกฎาคม 2555

8 สุดยอดหนังสือที่นักลงทุน...ต้องอ่าน!!!!!

วอร์เรน บัฟเฟตต์ เคยกล่าวถึง “การอ่าน” ว่าสำหรับเขาแล้วมันคือเป็นอาวุธในการลงทุน นอกจากนี้ บัฟเฟตต์ยังกล่าวว่า “If I’m interested company, I’ll buy 100 shares of all its competitors to get their annual reports.” ซึ่งแปลว่า “ถ้าผมสนใจบริษัทไหน.. ผมจะไปซื้อหุ้นคู่แข่งของบริษัทนั้นๆ เพื่อที่จะได้รายงานประจำปีของบรรดาบริษัทคู่แข่งมาอ่าน” ดังนั้น การจะเป็นนักลงทุนที่ดีได้..คุณคงต้องพยายามอ่านให้มากขึ้นซะแล้ว!!!!

และหากคุณเป็นนักลงทุนอยู่แล้ว..หรือคิดที่จะเริ่มต้นเป็นนักลงทุนในตลาดหุ้นโดยเฉพาะผู้ที่สนใจในแนวทางการลงทุนสไตล์เน้นหุ้นคุณค่า คุณก็ไม่ควรพลาดอ่านหนังสือทั้ง 8 เล่มที่บรรดานักวิจารณ์ทั้งไทยเทศหลายท่านได้ให้ความเห็นว่าเป็นหนังสือที่นักลงทุน..ต้องอ่าน โดยมีรายละเอียดดังนี้

1. “Security Analysis” (1934) โดย Benjamin Graham และ David Dodd



หนังสือเล่มนี้ถือได้ว่าเป็นหนังสืออมตะของบรรดานักลงทุนทั่วโลก และยังถือได้ว่าเป็นคัมภีร์ไบเบิลสำหรับวงการนักลงทุน ซึ่งเขียนโดยกูรูการลงทุนทั้งสองท่าน Benjamin Graham เป็นนักลงทุนและเป็นอาจารย์สอนอยู่ที่ Columbia University และเป็นอาจารย์ของ Warren Buffett ด้วย ส่วน David Dodd ก็เป็นอาจารย์และเพื่อนร่วมงานของ Graham โดยหนังสือได้ให้ความคิดที่ว่านักลงทุนตัวจริงจะต้องมีสัญชาตญาณของ “นักสืบ” มากกว่า “นักสถิติ” หนังสือเล่มนี้เขียนขึ้นเพื่อช่วยแนะนำแนวทางในการลงทุน หลังจากเกิดมหาวิกฤติเศรษฐกิจของโลกซึ่งมีต้นเหตุมาจากการเก็งกำไรครั้งใหญ่ในตลาดหุ้นนิวยอร์ก





2. “The Intelligent Investor” (1949) โดย Benjamin Graham


หนังสือเล่มนี้ได้รับการยกย่องจาก วอร์เรน บัฟเฟตต์ ให้เป็นหนังสือที่ดีที่สุดทางด้านการลงทุน และ Benjamin Graham ก็ได้รับการยกย่องให้เป็น “บิดาแห่งการลงทุน” เนื้อหาในหนังสือได้แนะนำเทคนิคในการค้นหามูลค่าหุ้นที่แท้จริง (Intrinsic Value) ของหุ้นนั้นๆ หากราคาหุ้นตกลงมาต่ำกว่ามูลค่าหุ้นที่แท้จริงอย่างมีนัยสำคัญแล้ว ก็จะเป็นโอกาสอันงามของนักลงทุนที่จะเข้าไปเก็บหุ้นดังกล่าว

หนังสือเล่มนี้ คุณพรชัย รัตนนนทชัยสุข แฟนพันธุ์แท้ตัวจริงของ วอรเรน บัฟเฟตต์ ที่เคยบินไปถึงสหรัฐอเมริกาแค่เพื่อได้ใกล้ชิดกับบัฟเฟตต์ในงานประชุมประจำปี ได้ทำการแปลเป็นภาษาไทยไว้ให้คนไทยได้อ่านกันเป็นที่เรียบร้อยแล้ว (อ่าน review เพิ่มเติม http://2binvestor.blogspot.com/2012/04/intelligent-investor.html )

3. Common Stocks & Uncommon Profits & Other Writings (1958) Philip Fisher


หนังสือเล่มนี้ได้รับการยกย่องจากนิตยสาร Forbes ให้เป็นหนึ่งในหนังสืออมตะทางด้านการลงทุน ปรัชญาในการลงทุนของ Fisher ที่เกิดขึ้นมาเมื่อ 40-50 ปีก่อน ในปัจจุบันก็ยังสามารถประยุกต์ใช้กับการลงทุนได้เป็นอย่างดี วอร์เรน บัฟเฟตต์ เองเคยกล่าวถึงหนังสือเล่มนี้ไว้ว่า “หลังจากผมอ่านหนังสือเล่มนี้แล้ว...ผมก็อยากจะพบคนที่ชื่อ Philip Fisher .. เมื่อผมพบกับเขาแล้ว..ผมก็รู้สึกประทับใจกับความคิดของคนคนนี้มาก ใครก็ตาม..ที่ได้ศึกษาและใช้เทคนิคของเขาแล้ว จะต้องกลายเป็นนักลงทุนที่ชาญฉลาดอย่างแน่นอน”

หนังสือเล่มนี้ ดร.นิเวศน์ เซียนหุ้น VI เบอร์หนึ่งของไทยได้ทำการแปลไว้ให้คนไทยได้อ่านเช่นกัน


4. “ตีแตก” กลยุทธ์การเล่นหุ้นในภาวะวิกฤติ (2541) โดย ดร.นิเวศน์ เหมวชิรวรากร

หนังสือเล่มนี้ถูกเขียนขึ้นในปี 2541 ซึ่งเป็นปี “เผาจริง” ของเศรษฐกิจไทย หลังจากที่รัฐบาลไทยประกาศลอยตัวค่าเงินบาทเมื่อวันที่ 2 กรกฎาคม 2540 และก่อให้เกิดวิกฤติเศรษฐกิจที่ตามมาอีกหลายปี ซึ่งตลาดหุ้นในเวลานั้น...มีแต่ความเงียบเหงา สิ้นปี 2541 ดัชนีมาอยู่ที่ 365 จุด และมูลค่าหุ้นทั้งตลาดก็มีค่าเพียง 1.3 ล้านล้านบาทเท่านั้น นักลงทุนทั่วไปในสมัยนั้นแทบไม่เคยได้ยินคำว่า “Value Investment” หรือ “การลงทุนแบบเน้นคุณค่า” เลย หนังสือเล่มนี้จึงออกมาในช่วงจังหวะเวลาที่พอดี ซึ่งได้ให้แรงบันดาลใจแก่นักลงทุนไทยที่กำลังสิ้นหวังอยู่ในเวลานั้น และยังให้ความรู้เกี่ยวกับการลงทุนแบบเน้นคุณค่าได้เป็นอย่างดี




5. The Essays of Warren E. Buffett โดย Lawrence A. Cunningham



หนังสือเล่มนี้...คุณจะได้อ่านจดหมายถึงผู้ถือหุ้นของบริษัท Berkshire Hathaway ที่เขียนโดยบัฟเฟตต์เอง Professor Lawrence Cunningham ผู้แต่งหนังสือได้เลือกเอาประโยคและวลีของบัฟเฟตต์ที่กล่าวไว้ในวาระต่างๆ มาเรียบเรียงและจัดหมวดหมู่ใหม่ หนังสือเล่มนี้จะให้แนวความคิดและปรัชญาของวอร์เรน บัฟเฟตต์ ที่เกี่ยวกับการบริหารงาน การประเมินค่าของธุรกิจ ปรัชญาในการลงทุน และอื่นๆ

โดยคุณเทพ รุ่งธนาภิรมย์ ได้แปลออกมาให้คนไทยได้อ่านกันในชื่อหนังสือว่า "คมปัญญา วอเร็น บัฟเฟตต์"




6. “Use the News” โดย Maria Bartiromo


หนังสือเล่นนี้เขียนโดยพิธีกรสาวสวยในรายการโทรทัศน์ “WSJR with MARIA BARTIROMO” รายการที่ฮิตที่สุดรายการหนึ่งของสหรัฐอเมริกา ในหนังสือ Mariaพูดถึงการไหลทะลักมาของข้อมูลข่าวสารอย่างท่วมท้น จนทำให้เราไม่สามารถแยกแยะข้อมูลที่เป็นประโยชน์ออกมาได้ Maria จะชี้ให้เห็นประเด็นของ “News vs. Noise” นั่นคือ ข้อแตกต่างระหว่างข้อมูลข่าวสาร กับ..ขยะข่าวสาร การตื่นเต้นไปกับข่าวสารของนักลงทุนรายย่อย และทำให้การซื้อขายหุ้นเป็นไปตามอารมณ์มากกว่าเหตุผล ในขณะที่นักลงทุนสถาบันที่มีทั้งข้อมูลข่าวสารและกำลังเงินมากกว่า...ก็มักจะฉกฉวยโอกาสทำกำไรจากอารมณ์ดังกล่าวของนักลงทุนรายย่อย




7. “Value Investing Made Easy” โดย Janet Lowe

Janet Lowe เริ่มต้นด้วยการกล่าวถึงหนังสือที่ชื่อ “Benjamin Graham on Value Investing: Lessons from the Dean of Wall Street” โดยเธอได้รับแรงบันดาลใจจากหนังสือเล่มนี้มาก โดยเฉพาะในเรื่องที่เกี่ยวกับการวิเคราะห์หลักทรัพย์ เรื่องราวชีวิต และพัฒนาการทางปรัชญาการลงทุน อย่างไรก็ตาม เธอพบว่าหนังสือเล่มดังกล่าวออกจะยากในการทำความเข้าใจ เธอจึงตัดสินใจเขียนขึ้นมาใหม่ตามแนวทางของเธอ ซึ่งจะให้ข้อมูลในรูปแบบที่เข้าใจได้ง่ายกว่า และนั่นคือ...ที่มาของหนังสือเล่มนี้

แปลเป็นไทยแล้วเช่นกันโดยมีชื่อว่า “กลยุทธ์การลงทุนแบบเน้นคุณค่า” โดย คุณพรชัย รัตนนนทชัยสุข


8. “เคล็ดลับเซียนหุ้นบันลือโลก” (2554) โดย วิบูลย์ พึงประเสริฐ

เนื้อหาหลักของหนังสือเล่มนี้เป็นการนำแนวคิดและหลักการลงทุนของเซียนหุ้นระดับปรมาจารย์ของโลกทั้งในอดีตและปัจจุบัน ไม่ว่าจะเป็น เบนจามิน เกรแฮม,วอร์เรน บัฟเฟตต์ ,ปีเตอร์ ลินช์ ,ชาร์ลี มังเจอร์, ฟิลลิป พิชเชอร์ และอีกหลายท่านมารวมไว้ด้วยกันในเล่มเดียว จึงเหมาะสำหรับคุณผู้อ่านที่เริ่มต้นเป็นนักลงทุนใหม่ จุดที่น่าสนใจของหนังสือเล่มนี้อีกข้อหนึ่ง ก็คือ ภาคผนวกของหนังสือเล่มนี้ที่ว่า “ซื้อหุ้น...คือ การซื้อธุรกิจ” ซึ่งให้แนวคิดในการลงทุนแบบเน้นคุณค่าได้เป็นอย่างดี






เรียบเรียงโดย 2Binvestor
เครดิต : bangkokbiznews โดย ดร.วีรพงษ์ ชุติภัทร์

2 ความคิดเห็น: