2. เทคนิคเคิลไม่เคยหลอก ผมอยู่มาประมาณ 20 ปี เทคนิคเคิลไม่เคยหลอก ผมขอยืนยัน ถ้าคุณเก่งจริง เทคนิคไม่เคยหลอกเพียงแต่เราไม่
3. รายย่อยได้เปรียบรายใหญ่ ข้อที่ 2 นักเล่นหุ้นทุกคนล้วนเคยเป็
หนึ่งในเซียนหุ้นรุ่นใหม่ “ภา” ภาสุชา อุตรวณิช คุณแม่ยังสาววัย 34 ปี อดีตเจ้าของธุรกิจขนส่ง มีเงินสดไหลเข้าบริษัทเดือนละกว่า 200,000 บาท แต่ภา เลือกที่จะปิดธุรกิจส่วนตัว เพื่อออกมาลงทุนในตลาดหุ้นแนว Value Investor (วีไอ) ภายใต้พอร์ตของสามี ก่อนจะมาเปิดพอร์ตเป็นของตัวเอง ภา ยึดแนวทางการลงทุนแบบอนุรักษ์นิยม หวังผลตอบแทนเฉลี่ยปีละ 15% ที่ผ่านมาพอร์ตการลงทุนเติบโตอย่างน่าพอใจ
นักเก็งกำไรแตกต่างจากนักลงทุน เพราะพวกเขาไม่นำตัวเองเข้าไปเกี่ยวข้องกับการไหลของกระแสเงิน กำไรต่อหุ้น จำนวนหนี้สิน แนวโน้มธุรกิจในอนาคต หรืออย่างอื่นที่เกี่ยวกับสถานะของบริษัท พวกเขาไม่สนว่าใครจะมองพวกเขายังไง จะดูถูกว่าการเล่นแบบนี้ไม่มีวันรวยได้แค่ค่ากับข้าวก็แล้วแต่ คำพูดเหล่านี้ไม่เคยทำให้พวกเขาหวั่นไหวแต่อย่างใด เพราะพวกเขารู้ดีว่าพวกเขาสามารถทำเงินจากการเก็งกำไรได้แค่ไหน
Rudy Leder เทรดเดอร์ค่าเงินชาวอเมริกัน เรื่องราวความเป็นมาของเขาไม่ได้มีอะไรแปลกพิศดาร จุดเริ่มต้นของเขาไม่ได้ต่างไปจากเทรดเดอร์หลายๆคนที่เข้าสู่วงการเทรด เริ่มแรกเขาเพียงต้องการหางานอิสระให้กับตัวเอง เพราะรู้สึกเหน็ดเหนื่อยจากการทำงานประจำที่ต้องทำมากกว่า 60 ชั่วโมงต่ออาทิตย์เพื่อทำให้คนอื่น (นายจ้าง) รวย ซึ่งถ้าเขาอยากได้เงินเพิ่มเขาก็ต้องทำโอที แต่นั่นก็ไม่ทำให้ตำแหน่งของเขาปรับขึ้น งานของเขา มันเป็นงานที่คนอื่นๆเรียกมันว่า "งานที่ไร้อนาคต" ตอนนั้นเขายังเด็กและไม่ได้มีเงินเก็บเลย แต่เขามีบางอย่างที่หลายคนไม่มี เขามีความกล้าที่จะออกไปจากสถานการณ์แบบนั้น พร้อมด้วยแรงผลักดันอันแรงกล้าจากภายใน และเนื่องจากเขามีความหลงใหลในตลาดเงินเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว ดังนั้น เขาจึงรู้ทันทีว่าอะไรคือสิ่งที่เขาต้องการจะเป็น
ตอนเข้าสู่ตลาดหุ้นหรือตลาดฟิวเจอร์ใหม่ๆ ทุกคนก็ ล้วนมีความหวัง ความฝัน .... ฝันของคุณ อาจจะเพื่อการเกษียณก่อนกำหนด เพื่อขึ้นแท่นเศรษฐีวัยเยาว์ เพื่อสร้างครอบครัวที่มั่นคง เพื่อให้เงินงอกเงยโตทันเจ้าตัวเล็กที่อีกไม่กี่ปีจะต้องไปเรียนต่อในต่างประเทศ เพื่อให้เงินบำนาญเพิ่มพูนขึ้นในวัยเกษียณ เพื่อมีรายได้ประจำจากเงินปันผล มาชดเชยดอกเบี้ยเงินฝากธนาคารที่ต่ำเตี้ย ฯลฯ
สำหรับตลาดหุ้นแล้ว คำถามที่ว่าคุณเป็นนักลงทุนแบบไหน และนักลงทุนแบบไหนดีที่สุด จะเล่นหุ้นโดยดูปัจจัยพื้นฐานสไตล์ VI หรือเป็นนักเทคนิคคอลที่สนใจแต่กราฟ หรือกึ่งๆผสมผสานทั้งสองแบบถึงจะดีกว่ากัน คำถามนี้ คงไม่มีคำตอบสุดท้าย เพราะเหนือสิ่งอื่นใด มันคงอยู่ที่ตัวคุณ!!! ตัวตนของเรา ลักษณะนิสัยและภาวะทางอารมณ์ของแต่ละคน แตกต่างกัน คนนี้อาจจะเหมาะกับการเก็งกำไร เข้าเร็วออกเร็ว อีกคนอาจจะเหมาะกับการซื้อแล้วถือยาว หรือเทคนิคอื่นๆ ซึ่งคุณต้องเริ่มจากการศึกษาและเข้าใจตัวเองก่อน ว่าคุณเหมาะกับรูปแบบการทำเงินแบบไหน ไม่มีใครตอบได้ดีเท่าตัวคุณ มันไม่มีวิธีที่ผิดหรอกตราบที่คุณยังทำเงินได้$$$$$ แต่สิ่งที่แน่นอนที่สุดซึ่งไม่ต้องหาคำตอบก็คือ ไม่ว่าคุณจะเป็นนักลงทุนสไตล์ไหน ล้วนต้องใช้ความอดทน ความมุ่งมั่น และขอให้เชื่อได้เลยว่าของกล้วยๆ น่ะมันไม่มีหรอกในตลาดหุ้น!!!!
อาชีพนักเก็งกำไรก็คืออาชีพๆหนึ่งที่คุณต้องเรียนรู้เช่นเดียวกับอาชีพอื่นๆ ไม่ว่าจะเป็นอาชีพหมอ วิศวกร ทนายความหรือแม้แต่ช่างตัดผม ทุกๆอาชีพคุณต้องเรียนรู้และเข้าใจมัน คุณถึงจะยึดเป็นงานเลี้ยงชีวิตและครอบครัวคุณได้ 
หลายคนอาจยังไม่รู้ว่า ในยุคที่โลกไร้พรมแดน เชื่อมต่อกันผ่านอินเตอร์เน็ตไร้สายแบบนี้ มันมีมนุษย์พันธุ์ใหม่ถือกำเนิดขึ้น คนกลุ่มนี้น่ะหรอ เราจะเห็นเค้าสิงสถิตอยู่ตามร้านกาแฟ ห้างสรรพสินค้า บางคนก็ไม่ออกไปไหน วันๆนั่งอยู่แต่ในบ้าน จนคนข้างบ้านเริ่มสงสัยว่า ไอ้เจ้านี้มันไม่ทำงานทำการเลยรึไง วันๆ เห็นแต่นั่งเฝ้าจอคอมพิวเตอร์ ออกจากบ้านก็ดูแต่มือถือ แล็บท๊อป มันต้องประสาทกินแล้วแน่ๆ สงสัยจะตกงานจนเพี้ยน!!!!